Homeล่าสุดTin hot

ททท.เตรียมพร้อมเอกชนเปิดประเทศ ลุ้นลิสต์ประเทศเสี่ยงต่ำ‘รุกเจาะตลาด’

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา เรื่อง “เปิดประเทศ 1 พ.ย.2564” เริ่มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจา

มติศบค. คง ‘ล็อกดาวน์’ 14วัน ขยาย 29 จว. พื้นที่แดงเข้ม
ผู้พิพากษาของสหรัฐฯ ยกเลิกข้อร้องเรียนการต่อต้านการผูกขาดของกลุ่มผู้โฆษณาต่อ Google
SABUY ไร้กังวล

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา เรื่อง “เปิดประเทศ 1 พ.ย.2564” เริ่มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่มีความเสี่ยงระดับต่ำ โดยได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และต้องมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR เป็นลบ ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง มาเที่ยวประเทศไทยแบบ “ไม่ต้องกักตัว”

Advertisement

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเร่งเตรียมความพร้อม ซักซ้อมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยวานนี้ (14 ต.ค.) ได้บรรยายพิเศษในที่ประชุมสมาชิกของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ประจำเดือน ต.ค.2564 ผ่านช่องทาง Zoom เกี่ยวกับแนวทางการรับนักท่องเที่ยวเข้าราชอาณาจักรแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ในการท่องเที่ยวตามแถลงการณ์ของนายกฯ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) จะประกาศรายชื่อ “ประเทศความเสี่ยงต่ำ” ภายในไม่เกิน 1-2 วันนี้ ส่วนจะมีกี่ประเทศ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ ทั้งนี้จะมีการรีวิวรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ำอยู่ตลอดทุก 1-2 สัปดาห์เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

โดย ททท.ได้เน้นย้ำ 3 แนวทางการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยแบบ “ไม่กักตัว” และ “ไม่จำกัดพื้นที่” จะต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศความเสี่ยงต่ำที่กำหนด กรณีเดินทางมาจากประเทศอื่น ให้พำนักในประเทศที่กำหนดอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ไม่พบเชื้อ สามารถเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยได้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวเดินทางมาจากประเทศความเสี่ยงต่ำ จะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด หรือกรณีเคยติดเชื้อและได้รับวัคซีน 1 เข็มในช่วง 3 เดือนหลังติดเชื้อ (เป็นประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบว่าใบรับรองการติดเชื้อแบบเป็นทางการ) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนออกเดินทาง ยกเว้นผู้มีอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครอง

นอกจากนี้ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่พบเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง กรณีตรวจพบการติดเชื้อ ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าเคยติดเชื้อมาก่อนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีใบจองที่พัก อาจเป็นสถานกักกันที่ทางราชการกำหนด (AQ, OQ, AHQ) หรือโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ ที่มีโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการสำหรับตรวจหาเชื้อในวันแรกที่มาถึง โดยรวมค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR

เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน ให้นักท่องเที่ยวโหลดแอพพลิเคชันที่กำหนด “หมอชนะ” (ภาษาอังกฤษ) เดินทางโดยรถที่จัดไว้ เช่น รถจากโรงแรม โดยมีการกำกับการเดินทาง เพื่อเข้าพักตามโรงแรมที่จองไว้ และทางโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ในวันที่ 0-1 ซึ่งผู้เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง และต้องอยู่ในโรงแรมจนได้รับผลการตรวจอย่างเป็นทางการ

และเมื่อผลการตรวจหาเชื้อ “ไม่พบเชื้อ” นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตามความต้องการ โรงแรมแนะนำให้สังเกตอาการอย่างน้อย 7 วัน หากมีอาการ ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อจากโรงพยาบาลใกล้ที่พัก หรือตรวจ ATK ที่โรงแรม หากพบเชื้อ ให้รายงานเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่

แหล่งข่าว ททท.เตรียมพร้อมเอกชนเปิดประเทศ ลุ้นลิสต์ประเทศเสี่ยงต่ำ‘รุกเจาะตลาด’, bangkokbiznews, 15 ต.ค. 2564

Advertisement

COMMENTS

WORDPRESS: 0
    DISQUS: 0