วอลล์สตรีทปิดแคบจากความกังวลเงินเฟ้อ

ส่งสารเปิดศึกใหญ่
“คำเตือนสำหรับ Big Oil” เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
จองซื้อ OR ราคาเสนอขาย 16-18 บาท

หุ้นสหรัฐปิดแคบในวันอังคารเนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นและการจ้างงานที่น้อย แม้เฟดจะยังคงยืนยันที่จะคงนโยบายแต่ตลาดยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจพุ่งขึ้นในระยะสั้นที่อาจลามไประยะยาว

รายงานการจ้างงานในสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือน มี.ค. สวนทางกับการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่ Burrito chain Chipotle Mexican Grill ประกาศว่าจะปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงของคนงานเป็น 15 ดอลลาร์ การฟื้นตัวของอุปสงค์ท่ามกลางอุปทานที่ตึงตังอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ เฟดยืนกรานว่าเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ตลาดยังคงเฝ้ารอข้อมูล CPI ที่มีกำหนดจะเผยแพร่ในวันพุธ ซึ่งเป็นอีกตัวชี้วัดถึงสัญญาณเงินเฟ้อ

ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 473.66 จุดหรือ 1.36% มาอยู่ที่ 34,269.16 จุด S&P 500 ลดลง 36.33 จุดหรือ 0.87% เป็น 4,152.1 จุด และ Nasdaq Composite ลดลง 12.43 จุดหรือ 0.09% ถึง 13,389.43 จุด โดย 11 ภาคหลักใน S&P 500 มีภาคเพียงวัสดุที่จบเซสชันสีเขียว ภาคพลังงานลดลงมากที่สุดที่ 2.6%
ดัชนี CBOE Volatility ปิดที่ 21.85 สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.

ในด้านหุ้นรายตัว Boeing Co ลดลง 1.7% ภายหลังที่ส่งมอบเครื่องบิน 737 MAX เพียง 4 ลำในเดือน เม.ย. Tesla Inc ลดลงต่อเนื่องที่ 1.9% จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – จีนที่เพิ่มสูงขึ้น Mall REIT Simon Property ลดลง 3.2% หลังจากที่บริษัทเผยจำนวนการเข้าพังจะกลับสู่ปกติในปีหน้าหรือปี 2566 L Brands Inc ลดลง 1.8% หลังจากที่ประกาศว่าจะแยกกิจการออกเป็นสองบริษัท

อนึ่ง S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ 7 ครั้งและระดับต่ำสุดใหม่ 1 ครั้ง Nasdaq Composite ทำจุดสูงสุดใหม่ 28 ครั้งและ 224 จุดต่ำสุดใหม่
ปริมาณการซื้อขายในสหรัฐฯอยู่ที่ 11.78 พันล้านหุ้นเทียบกับค่าเฉลี่ย 10.33 พันล้านในช่วง 20 วันทำการที่ผ่านมา

แหล่งข่าว Wall St closes lower as inflation jitters spark broad sell-off โดย Reuters, 12 พ.ค. 2564

COMMENTS