หุ้นเอเชียถอยกลับ Nikkei ใกล้ระดับสูงสุดรอบ 30 ปี

หุ้นเอเชียเริ่มต้นอย่างเชื่องช้าในวันจันทร์ในสัปดาห์เต็มไปด้วยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐและจีนและการเปิดตัว iPhone ล่าสุดของ Apple ขณะที่ Nikkei อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี หุ้นญี่ปุ่นร่วงลงเนื่องจากความหวังสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่จากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ดัชนี Nikkei พุ่งขึ้น 4.3% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Topix ได้แตะจุดสูงสุด แต่ Nikkei ลดลง 0.3% ก่อนถึงแนวต้าน

รายงานระบุว่า พรรคเดโมแครตในสหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อเสนอที่จะขึ้นภาษีบริษัทต่างๆ และประชาชนที่มั่งคั่งซึ่งอาจก่อให้เกิดอารมณ์ที่ระมัดระวังได้
จีนเตรียมรายงานการขายปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในเมืองในวันพุธ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอีก ดัชนี MSCI หุ้นเอเชียแปซิฟิกยกเว้นญี่ปุ่นลดลง 0.7% หลังจากดีดตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ บลูชิปของจีนลดลง 0.3% ทั้ง Nasdaq Futures และ S&P 500 Futures เพิ่มขึ้น 0.1% หลังจากทำกำไรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หุ้นวอลล์สตรีทตกอยู่ในสภาวะเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดคาดว่าดัชนี PPI ที่จะเผยแพร่วันอังคารจะแสดงเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 4.2% ขณะที่ยอดขายปลีกที่จะรายงานในวันพฤหัสบดีน่าจะหดตัวลงต่อเนื่อง

Patrick Harker ประธานเฟดฟิลาเดลเฟียเน้นย้ำว่าควรมีการลด QE ในปีนี้ โดยอาจใช้เวลา 8 ถึง 12 เดือน ข่าวดังกล่าวผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ขึ้นสู่แนวต้านสำคัญที่ 1.38% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนีดอลลาร์ขยายตัวขึ้นอยู่ที่ 92.624 จากระดับต่ำสุดที่ 91.941 เมื่อเร็วๆ นี้

ยูโรอ่อนค่าลงกลับไปที่ 1.1806 ดอลลาร์จากระดับสูงสุดในเดือนกันยายนที่ 1.1908 ดอลลาร์ และมีความเสี่ยงที่จะทะลุแนวรับที่ต่ำกว่า 1.1800 ดอลลาร์ เงินดอลลาร์ยังคงถูกกดดันจากเงินเยนที่ 109.93 โดยใช้เวลาทั้งเดือนติดอยู่ในกรอบเล็กๆ ที่ 109.40-100.46

ทองคำทรงตัวที่ 1,788 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลง 2.1% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งไม่สามารถผ่านแนวต้านเหนือ 1,1830 ดอลลาร์ได้ในหลายครั้ง
ราคาน้ำมันทรงตัวในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาณอุปทานที่ตึงตัวในสหรัฐจากพายุเฮอริเคน เบรนต์เพิ่ม 40 เซนต์เป็น 73.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 39 เซนต์เป็น 70.11 ดอลลาร์

แหล่งข่าว Asia shares step back, Nikkei hesitates near 30-year high โดย Reuters, 13 ก.ย. 2564

แบ่งปัน