หุ้นได้-เสียประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 ก.ย.64 ปิดที่ 1,636.45 จุด ลดลง 11.92 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 101,888.76 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 867.66 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด GULF ปิด 42 บาท บวก 0.25 บาท, ADVANC ปิด 197.50 บาท บวก 6 บาท, CPALL ปิด 63.25 บาท บวก 0.75 บาท, KBANK ปิด 118.50 บาท ลบ 3.50 บาท, PTT ปิด 37.50 บาท ลบ 0.50 บาท

หุ้นไทยโดนแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่ ในกลุ่มแบงก์และพลังงานกดดัชนีพลิกกลับมาปิดตลาดในแดนลบ ขณะที่นักลงทุนเน้นเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่มีข่าวบวกเฉพาะตัวมากขึ้นและหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นไม่มาก

ขณะที่ บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์ กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาลงโดยระบุว่า การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ระดับต่ำสร้างความยืดหยุ่นให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจากการประชุมรอบที่ผ่านมาเริ่มเห็นโอกาสที่จะเกิดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ซึ่งหากปรับลดจริงจะส่งผลหลากหลายแง่มุม โดยเอเซียพลัสประเมินหากดอกเบี้ยไทยปรับลดลงจะมีผลกระทบต่อ 3 ส่วน คือ 1. เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่ากระทบ Flow ต่างชาติชะลอไหลเข้าไทย 2.กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์และได้ Sentiment บวก หลักๆ คือ กลุ่มเช่าซื้อ อาทิ MTC, TIDLOR, SAWAD, THANI, ASK, MICRO, AEONTS, BAM, JMT กลุ่มแบงก์เล็ก KKP, TISCO กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ SPLAI, LH, LALIN กลุ่มส่งออก NER, TU KCE, SAT, AH, SAPPE กลุ่มปันผลสูง DCC, DRT, ADVANC, DTAC, MCS, TVO

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ กลุ่มแบงก์ใหญ่ KBANK, SCB, BBL กลุ่มประกัน BLA

สำหรับ ผลต่อตลาดหุ้นไทยในภาพรวม เบื้องต้น ฝ่ายวิจัยฯประเมินหาก กนง.ลดดอกเบี้ยจะช่วยชดเชยผลกระทบโควิดได้กี่จุด เริ่มจากปรับตัวแปรประเมินเป้าหมาย SET Index ในปีนี้ ภายใต้ Bond Yield 1 ปี ลดลงจาก 0.5% มาอยู่ที่ระดับ 0.25% และคง Market Earning Yield Gap ที่ 3.9% จะส่งผลให้ SET Index มีการซื้อขายบน P/E ที่สูงขึ้น 1.37 เท่า (เดิม 22.73 เท่า เพิ่มเป็น 24.10 เท่า) เมื่อคูณกับ ESP64F เดิมที่ 73.6 บาท/หุ้น จะช่วยเพิ่มเป้าหมาย SET Index ได้ 101 จุด

ดังนั้น หากมีการลดดอกเบี้ยจริง น่าจะช่วยลดผลกระทบโควิดต่อดัชนีได้ในระดับหนึ่ง และถ้า Bond Yield ระยะสั้นเริ่มลดลงก็จะช่วยยืนยันมุมมองนี้ รวมถึงตามกลไกก็จะช่วยหนุน SET Index ขึ้นได้ตามลำดับ!!

แหล่งข่าว หุ้นได้-เสียประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง!!, ไทยรัฐ, 08 ก.ย. 2564

 

แบ่งปัน