HomeTin hotข่าวเด่น

เงินหลายพันล้านไหลเข้าบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า

วอลล์สตรีทและซิลิคอนวัลเลย์ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เข้าไปรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องในปี 2563 ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของ Tesla Inc. ราคาที่ล

หุ้นเอเชียขึ้นท่ามกลางความกลัวเงินเฟ้อ ดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี
Warren Buffett มอบเงินอีก 4.1 พันล้านดอลลาร์ จากการลาออกจากการเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของมูลนิธิเกตส์
สหราชอาณาจักรต้องจ่ายเงิน 47.5 พันล้านยูโรให้กับสหภาพยุโรปในการยุติข้อตกลงหลัง Brexit

วอลล์สตรีทและซิลิคอนวัลเลย์ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เข้าไปรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องในปี 2563
ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของ Tesla Inc. ราคาที่ลดลงและการมีรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ที่เพิ่มขึ้น
ความก้าวหน้าในโครงสร้างพื้นฐาน EV และนโยบานรัฐบาลที่จะ “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ในสหรัฐอเมริกาและที่อื่น ๆ สะท้อนถึงโอกาสที่สดใสของอุตสาหกรรมนี้

Tesla แต่เพียงผู้เดียวและบริษัทเซลล์เชื้อเพลิงจำนวนมากได้เข้ามาลุงทุนในกลุ่มนี้แล้ว โดยมีจีนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งในฐานะตลาดฐานผู้ผลิต EV และตลาดอุปสงต์ EV โดยมีการลงทุนอย่างน้อย 28,000 ล้านดอลลาร์ในบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐและเอกชนในปี 2563 ตามข้อมูลจาก CB Insights และ Dow Jones Market Data Group

Advertisement

ขณะที่ในหลายประเทศกำลังเตรียมแบนซื้อรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในอนาคตอันใกล้ การเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนทางเดียวที่จะแข่งขันต่อได้
General Motors Co. และ Ford Motor Co และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นเร่งลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ควบคุมอัตโนมัติ โดย GM ให้คำมั่นว่าจะเลิกใช้รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในภายในเวลาไม่ถึง 15 ปี และการเข้าร่วม S&P 500 ของ Tesla ในปี 2563

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นอย่างทันที ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 2% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกและส่วนแบ่งการตลาดในอนาคตนั้นแตกต่างจากการคาดการณ์ที่ 10-20% ของรถยนต์ที่ขายในปี 2573 ไปจนถึงสองในสามปริมาณทั้งหมด ทั้งนี้ แม้จะมีเงินหลายพันล้านไหลเข้าอุตสาหกรรมนี้ในช่วงที่ผ่านมา แต่การระดมทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงไปยังคงเป็น “อุปสรรค์ที่ยิ่งใหญ่”

แหล่งข่าว Billions poured into electric-vehicle companies, but much more will be needed before the auto industry changes โดย Reuters, 16 มี.ค. 2564

Advertisement

COMMENTS

WORDPRESS: 0
    DISQUS: