“เดลตา” กดเศรษฐกิจไทยหนัก ธุรกิจเจ๊ง-ตกงานเพิ่ม-หนี้ครัวเรือนสูงลิ่ว

‘ค้าปลีก-ค้าส่ง’ รายใหญ่ แห่ร่วมโครงการ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’
สหรัฐฯ สามารถยึด Bitcoin มูลค่ารวม 2.3 ล้านดอลลาร์ที่จ่ายให้กับแฮกเกอร์ Colonial Pipeline
หุ้นเอเชียเตรียมแรลลี่ต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 3 จับตามองการจ้างงานในสหรัฐ

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายเสถียรภาพการเงิน กล่าวว่า การออกมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปราะบางมากขึ้น โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ผ่านมา ได้หารือกันว่าการระบาดของสายพันธุ์เดลตาทำให้การควบคุมการระบาดช้าลง เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ช้าลง และกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมากกว่าประมาณการล่าสุดที่คาดว่าปีนี้จะเติบโต 1.8%

ด้าน น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า การระบาดที่รุนแรง ยืดเยื้อ และมีสายพันธุ์ใหม่ ลดทอนประสิทธิภาพของวัคซีน กระทบความเชื่อมั่นในประเทศ และอาจนำไปสู่วิกฤติสาธารณสุข ซึ่งจะกระทบการใช้จ่ายในประเทศอย่างรุนแรง ขณะที่การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติล่าช้า มีโอกาสที่การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะต่ำลงกว่าที่คาดการณ์ แต่จะลดลงเท่าไร อยู่ระหว่างการประเมินการเร่งใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ มีผลพยุงผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ได้ 0.9%

ส่วนนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า กนง.ยังเน้นดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายให้น้ำหนักสำคัญกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ค่าเงินบาทไม่เป็นอุปสรรคในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยหากผลกระทบเศรษฐกิจมีมากขึ้น สามารถใช้นโยบายการเงินที่เพิ่มขึ้นได้ มองว่าขณะนี้นโยบายการเงินและการคลังยังสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หากรัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม เพื่อใช้เยียวยา และกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงกว่า 60% ก็สามารถทำได้ เพราะเครดิตในการกู้เงิน และอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจไทยยังดี

แหล่งข่าว “เดลตา” กดเศรษฐกิจไทยหนัก ธุรกิจเจ๊ง-ตกงานเพิ่ม-หนี้ครัวเรือนสูงลิ่ว, ไทยรัฐ, 13 ก.ค. 2564