เศรษฐกิจ-รัฐบาล ขาลง

ความเห็นของ วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ กรณีที่เศรษฐกิจประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 เอาไว้ว่า หลังจากนี้เศรษฐกิจบ้านเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 6 เรื่องที่สำคัญด้วยกันคือ ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น สะท้อนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แบบตัวเค และธุรกิจจำนวนมากอยู่ในลักษณะตัวเค ขาลง (หมายถึงการที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างไม่เท่าเทียมกันในแต่ละอุตสาหกรรม ภูมิภาค หรือกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นลักษณะของวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลังจากโรคระบาด)

รูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะภาคบริการและภาคการท่องเที่ยวที่ต้องพบปะกันเห็นหน้ากัน ที่มีสัดส่วนจีดีพีสูงมาก คาดว่าการจัดกลุ่มเดินทางจำนวนมากจะหายไป เปลี่ยนเป็นการเดินทางส่วนบุคคลหรือกลุ่มเล็กๆแทน นักท่องเที่ยวที่เคยเข้ามาบ้านเรา 40 ล้านคน จะยังไม่กลับมาใน 3-5 ปีนี้แน่นอน ส่วนธุรกิจบริการ เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร จะต้องคำนึงถึงระบบสุขภาพอนามัยมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมจะมีการนำหุ่นยนต์มาทดแทนกำลังคนมากขึ้นและเร็วขึ้น

ธุรกิจจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนรูปแบบใหม่ ที่จะต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันด้านสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจ และจะต้องใช้ความสมดุลระหว่าง สุขภาพกับธุรกิจด้วย ถ้ามากไปหรือน้อยไปก็จะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมทันที รวมถึงผลกระทบจากธรรมชาติอื่นๆและภูมิคุ้มกันทางการเงินด้วย

การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งไม่ใช่แค่การนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเดียวแต่ต้องนำมาใช้ ให้เกิดความเท่าเทียมทางสังคม ด้วยโดยเฉพาะด้านสุขภาพและการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนทั่วไป

การจัดการกำลังการผลิตส่วนเกินไปพร้อมกับการปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากผลกระทบที่เกิดขึ้นนานกว่า 1 ปีครึ่ง และคาดว่าผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจต่อไปอีกประมาณ 2-3 ปี รัฐและเอกชนจะต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้อย่างจริงจัง และการปรับโครงสร้างธุรกิจเดิมนำทรัพยากรที่มีอยู่ไปสนับสนุนเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งเรื่องของการใช้เครื่องมือทางกฎหมายและแรงจูงใจในการปรับตัว รวมถึงความต้องการของตลาด

สุดท้ายคือ ความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อบทบาทการทำหน้าที่ของภาครัฐ ที่จะต้องทำงานเพิ่มขึ้นและเก่งขึ้นกว่าเดิมมาก ในสภาวะของเศรษฐกิจขาลง รัฐจะต้องหันมาร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคมมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าภาคเอกชนสามารถดำเนินการได้ดีกว่าภาครัฐ

การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจากนี้ไปคงไม่ใช่ปัญหาวิกฤติเดิมๆ แต่การผูกขาดทุน ผูกขาดธุรกิจระดับประเทศ ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยได้รับการเอื้อประโยชน์จากอำนาจรัฐ จะถูกเพ่งเล็งและต่อต้านมากขึ้น การไม่กระจายอำนาจทางธุรกิจให้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง จะทำให้เกิดปัญหารวยกระจุกจนกระจาย การขยายฐานเศรษฐกิจของประเทศจะไม่กว้างไปกว่านี้ และจะกระทบไปถึงความยากจนและการเมืองระดับประเทศ

แหล่งข่าว เศรษฐกิจ-รัฐบาล ขาลง, ไทยรัฐ, 25 ส.ค. 2564

แบ่งปัน