โบรกคาดไตรมาส 2/64 แบงก์คว้ากำไร 3.19 หมื่นล้าน โต 39% ฝ่าโควิด

หุ้นเอเชียตามวอลล์สตรีทเนื่องจากความกังวลเงินเฟ้อผ่อนคลายลง
ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินที่ปลอดภัยจากความกังวลเรื่องไวรัส
รอยเตอร์โพลชี้ หุ้นโลกปรับตัวขึ้นเล็กน้อยและไม่น่ามีการปรับฐาน

หุ้นกลุ่มธนาคารทยอยประกาศกำไรไตรมาส 2 ปี 2564 ประเดิมที่ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) คาดประกาศกำไรวันนี้ (15 ก.ค.) ถัดมา บมจ.แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) 19 ก.ค. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) 20 ก.ค. ส่วน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 21 ก.ค.

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส- ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดการณ์กำไรของ 6 แบงก์ใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2564 ได้แก่ SCB, KBANK, BBL, KTB, TTB, TISCO และ KKP จะอยู่ที่ 31,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 18% หากเทียบกับไตรมาสที่แล้ว โดยหลักมาจากการตั้งสำรองที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกแรก รวมถึงกำไรจากสินทรัพย์ลงทุนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังที่เหลือของปี 2564 คาดว่ากำไรจะชะลอตัวลงจากครึ่งแรกที่ผ่านมา ตามทิศทางของเศรษฐกิจในประเทศที่ยังถูกผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ คาดว่าสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในปีนี้จะส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและธุรกิจขนาดเล็กที่สายป่านไม่ยาวมาก ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมคุณภาพหนี้ของระบบธนาคารให้ปรับตัวขึ้นจากปีก่อนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 4.19% มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.76%

ทั้งนี้ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี เตรียมปรับลดปรับประมาณการกำไรกลุ่มธนาคารปี 2564 จากเดิมอยู่ที่ 137,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ทั้งนี้ ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “เท่ากับตลาด” (Neutral) และแนะนำนักลงทุนไม่จำเป็นต้องรีบซื้อสะสม

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า คาดการณ์กำไรกลุ่มธนาคาร (ไม่รวม TTB, BAY, CIMBT และ LHFG) ไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 31,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 15% เทียบไตรมาสแรก เพราะตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าตลาดรับรู้ปัจจัยลบดังกล่าวไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ยังประเมินได้ยากจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่คาดว่าไตรมาส 3 จะทรงตัวไปจนถึงอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากภาระการตั้งสำรองที่ยังสูงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ แนะนำลงทุน “เท่ากับตลาด” โดยเลือก TISCO และ KBANK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม โดย TISCO มีอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงราว 7% และจ่ายปันผลครั้งเดียว รวมถึงฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ KBANK ราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำ สะท้อนจากราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 0.6 เท่า และระยะกลาง-ยาวมีแนวโน้มปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลมากที่สุด

แหล่งข่าว โบรกคาดไตรมาส 2/64 แบงก์คว้ากำไร 3.19 หมื่นล้าน โต 39% ฝ่าโควิด, bangkokbiznews, 15 ก.ค. 2564