Homeล่าสุดTin hot

4 กลุ่มหุ้นไม่กระทบล็อกดาวน์!!

        ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ก.ค.64 ปิดที่ 1,552.09 จุด เพิ่มขึ้น 8.42 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 85,261.14 ล้านบาท ต่

ECB กล่าวว่าอาจจำเป็นต้องใช้เงินยูโรดิจิทัลเพื่อต่อสู้กับ ‘สกุลเงินเทียม’
การวิเคราะห์คลื่น USDJPY วันที่ 31 พฤษภาคม 2021
พาณิชย์ ลงนามยูเคตั้งกก.ร่วมเศรษฐกิจ-การค้า

 

 

 

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ก.ค.64 ปิดที่ 1,552.09 จุด เพิ่มขึ้น 8.42 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 85,261.14 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 73.89 ล้านบาท

Advertisement

หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด KBANK ปิด 114 บาท บวก 2.50 บาท, GUN-KUL ปิด 4.76 บาท บวก 0.16 บาท, PTT ปิด 37.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, SCB ปิด 92 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, BBL ปิด 105 บาท บวก 0.50 บาท

มีแรงซื้อกลับหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับตัวลงแรงวันก่อน หลังตลาดรับรู้ปัจจัยลบมาตรการ “ล็อกดาวน์” ที่เพิ่มความคุมเข้มในพื้นที่เสี่ยงไปแล้ว แม้ตลาดจะขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจนในช่วงนี้

บล.ทิสโก้ ประเมินว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ค่อนข้างน้อย มี 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล, ส่งออก, ธุรกิจรับซื้อ-บริหารหนี้เสีย และกลุ่มหุ้นปันผลดี

โดยหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ขณะนี้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังคาดได้ประโยชน์จากจำนวนผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามารักษาเพิ่มขึ้นและมีบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องยาวไปถึงงวดไตรมาส 3/64 แต่ปัจจุบันหุ้นบางตัวมีราคาสูงขึ้นเกินพื้นฐานแล้ว โดยหุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ คือ BCH และ BDMS

กลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศและรับอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งจะส่งผลให้กำไรของกลุ่มส่งออกดีขึ้น แนะนำหุ้น KCE, CBG และ TU เด่น!!

ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย คาดว่าหุ้นกลุ่มนี้จะได้อานิสงส์จากปริมาณหนี้เสียที่จะออกมาจากระบบมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย โดยหุ้นที่แนะนำคือ JMT

อีกกลุ่มหุ้นปันผลดี เนื่องจากเชื่อว่าช่วงจังหวะที่ตลาดหุ้นย่อตัวถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าเก็บหุ้นกลุ่มนี้เข้าพอร์ต โดยหุ้นที่แนะนำคือ TVO และ EASTW เพราะคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยในส่วนของ TVO คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลราว 4% ต่อปี และ EASTW ที่คาดว่าจ่ายเงินปันผลราว 2% ต่อปี

โฟกัสหุ้น TU ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำให้ “ซื้อ” โดย บล.

ทิสโก้ ให้มูลค่าเหมาะสมสูงสุดที่ 24 บาท ตามด้วยดีบีเอสวิคเคอร์ส ให้ราคาพื้นฐาน 23.20 บาท ขณะที่บัวหลวงปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 22.50 บาทส่วนเมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ “Trading Buy” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ 22.10 บาท ด้านโนมูระ พัฒนสิน แนะ “Trading Buy” ปรับเพิ่ม TP มาที่ 22 บาท

ขณะที่ฟิลลิปแนะ “ซื้อเก็งกำไร” ให้ราคาพื้นฐาน 21.80 บาท ส่วน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะ “Trading” ให้ราคาเป้าหมายที่ 21 บาท และ บล.กรุงศรี แนะ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 20.7 บาท

แหล่งข่าว 4 กลุ่มหุ้นไม่กระทบล็อกดาวน์!!, ไทยรัฐ, 10 ก.ค. 2564

Advertisement