วอลล์สตรีทร่วงจากหุ้นเติบโตร่วง ขณะที่หุ้นมูลค่าขยายจากรายงานขอสวัสดิการว่างงาน

พันธบัตรที่ร่วงทำนักลงทุนเริ่มหาทางทำรายได้อื่น ๆ
เงินดิจิทัลกลับมาฟีเวอร์ บจ.ไทยตบเท้าชิงโอกาสลงทุน

ดัชนีหุ้นสหรัฐร่วงลงในวันพฤหัสบดีเนื่องจากหุ้นเติบโตร่วงลง ขณะที่หุ้นวัฏจักรปรับตัวสูงขึ้นจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Apple Inc, Microsoft Corp, Amazon.com, Alphabet Inc และ Facebook Inc ต่างลดลงระหว่าง 0.7% และ 1.7%

การหมุนเวียนในหุ้นเติบโตที่ผ่านมาทำให้ S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดเมื่อต้นสัปดาห์ ดัชนีภาคเทคโนโลยี S&P 500 ร่วงลง 0.9% และอยู่ในเส้นทางที่จะคว้าชัยชนะติดต่อกันสี่วัน Josh Wein ผู้จัดการพอร์ต Hennessy Funds กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงไปสู่หุ้นเติบโตในช่วงปลายปีเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ไม่น่าจะอยู่ได้”

ภาคที่เน้นคุณค่า เช่น การเงิน, อุตสาหกรรมและวัสดุต่างทำกำไรในวันพฤหัสบดีจากจำนวนการขอรับสวัสดิการการว่างงานเบื้องต้นของรัฐลดลง 26,000 รายเป็น 360,000 ที่ปรับฤดูกาลแล้วสำหรับสัปดาห์สิ้นสุด 10 กรกฎาคม ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังกังวลต่อท่าทีของเฟดท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่มั่นคง แม้ประธานเฟดได้กล่าวเมื่อวันพุธว่าการปรับขึ้นของเงินเฟ้อเกี่ยวกับ Reopening ซึ่งจะจางหายไปภายหลัง

ฤดูกาลผลประกอบการไตรมาสสองเริ่มต้นขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ โดย Wells Fargo & Co, Bank of America Corp, Citigroup Inc และ JPMorgan Chase & Co ต่างรายงานผลกำไรรวมกัน 33 พันล้านดอลลาร์

ดัชนีธนาคาร S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.2% ในช่วงต้น โดย Morgan Stanley เพิ่มขึ้น 1.4% เวลา 12:01 น. ET ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 7.35 จุดหรือ 0.02% ที่ 34,940.58 จุด และ S&P 500 ลดลง 14.09 จุดหรือ 0.32% ที่ 4,360.21 จุด และ Nasdaq ลดลง 102.25 จุด หรือ 0.70% ที่ 14,542.70 จุด
ดัชนี S&P ทำสถิติสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ใหม่ 27 ครั้ง และไม่มีระดับต่ำสุดใหม่ ขณะที่ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ 19 ครั้งและระดับต่ำสุดใหม่ 147 ครั้ง

แหล่งข่าว Wall St falls as growth stocks slip, value plays rise on falling jobless claims โดย Reuters, 16 ก.ค. 2564